สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 106 'คิดแล้ว คิดอีก THINK AGAIN'
ISBN - 9786162875045
ผู้เขียน - Adam Grant
ผู้แปล - วิโรจน์ ภัทรทีปกร
สำนักพิมพ์ - วีเลิร์น , สนพ.
จำนวนหน้า - 424 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2564 (อเมริกา)
เล่ม Think Again เป็นเล่มที่ 3 ที่เราอ่านมาโดยเรียงลำดับจากการเขียนของ คุณAdam ซึ่งแต่ละเล่มเรายอมรับเลยว่าดีสุดๆ ชอบมากๆ ไล่เรียงจาก Give and Take ต่อด้วย Original และมาต่อที่เล่มนี้ คิดแล้วคิดอีก แนวเขียนของคุณAdam เป็นแนวเขียนจิตวิทยา เพื่อพัฒนาผู้อ่าน แต่เนื้อเรื่องที่คุณAdamได้เขียนนั้นช่างแตกต่าง มีแนวคิดที่หักมุม และพิสูจน์ได้จริง เสริมด้วยการยกเรื่องราวประกอบขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจ แต่ขอยอมรับตามตรงว่าเล่มนี้ชอบน้อยกว่าสองเล่มก่อน อาจจะด้วยเนื้อหาที่มีความเข้มข้นมากกว่า แต่ไม่ว่ายังไงก็จะอ่านหนังสือคุณAdam ทุกเล่ม
หนังสือเล่มนี้คุณAdam ตั้งใจให้เห็นความบกพร่องของการยึดมั่นความคิด ความรู้สึกเดิมๆ ชอบทำอะไรเหมือนเดิม ไม่ยอมเปลี่ยนความคิด ไม่เพียงแค่ไม่ยอมเปลี่ยนความคิดเท่านั้น ยังยึดติดมากๆ แถมยังมีอคติสำหรับคนที่คิดต่างด้วย ทำให้ถลำลึกไปอีก เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นอัตรายถึงชีวิต หรืออาจจะเกิดความเสียหายที่มากมาย อคติทำนองนี้น่ากลัวมากๆ แถมเรื่องบางเรื่องยังเป็นที่ไม่น่าจะเกิดอคติได้เลย
หนังสือแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ส่วนแรกเป็นเรื่องการคิดทบทวนรายบุคคล คุณAdamแบ่งคนออกเป็น 4 กลุ่ม คือนักเทศน์ ผู้ที่ยึดถือแนวคิดที่ศักดิ์สิทธิ์แต่ปกป้องความคิดนั้นถ้าอยู่ในอันตราย อัยการ ผู้ที่จู่โจมความบกพร่องของคนอื่น นักการเมือง ผู้ที่เราต้องการเอาชนะใจผู้ฟัง ให้เขามาลงคะแนนเสียงให้ ทั้งสามบทบาทนี้ทำให้เกิดการคิดที่ไม่เป็นจริง เกิดอคติที่ไม่ดีเกิดขึ้น คุณAdam อยากให้ทุกคนสวมบทบาท เป็นนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้ฟังอะไรมาให้คิดก่อนค่อยตกลงเชื่อ และยอมรับความคิดใหม่โดยไม่ยึดติดความคิดเดิม ถ้าหามีหลักฐานใหม่ให้เชื่อแบบนั้น ถ้าเราตกอยู่ในหลุมพรางความคิดนักเทศน์ อัยการ และนักการเมือง เราจะติดปัญหาตรงที่เราคิดว่าตัวเองเก่ง และอาจจะพลาดจากสิ่งที่เราคิดว่าเรารู้แต่สิ่งนั้นผิด
ในหนังสือยกตัวอย่างบุคคลที่คิดว่าตัวเองไม่เก่ง ซึ่งคนเหล่านั้นจริงๆแล้วเพวกเขาเก่งและเขายังไม่ยอมหยุดพัฒนา และคุณAdamยังชี้ให้เห็นว่ามีคนที่เรียกตัวเองว่าคนไม่เก่งแต่มีความมั่นใจ ซึ่งเป็นคนต้นแบบในอุดมคติของคุณAdam เลยก็ว่าได้ ในบทที่สอง คิดทบทวนระหว่างบุคคล เป็นเรื่องเกี่ยวกับการปฎิสัมพันธ์กับผู้อื่น เรื่องที่คุณAdamเน้นคือ การเจรจาแบบเต้นรำ ซึ่งคือแทนที่จะเป็นการถกเถียงกันก็ให้ใช้เป็นประโยคคำถาม สอบถามความคิดเห็น ซึ่งจะทำให้อีกฝ่ายลดอคติ และสุดท้ายการเจรจาจะจบด้วยดี และในอีกตอนซึ่งเป็นการอคติหมู่ ในหนังสือยกตัวอย่างทีมเบสบอลสองทีมที่เป็นคู่ปรับตลอดกาล ระหว่างนิวยอร์คแยงกี กับ บอสตันเรดซ็อกส์ ซึ่งกองเชียร์ไม่ชอบฝ่ายตรงข้ามทั้งๆ เรื่องการเชียร์กีฬานั้นไม่เกี่ยวกับตัวตนของแฟนกีฬาอีกฝ่าย เรื่องนี้สนุกมากๆ
ส่วนที่สาม การคิดทบทวนเป็นกลุ่ม เป็นการสร้างความคิดให้ถูกต้อง ไม่มีอคติให้กับกลุ่มชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่ององค์การต่างๆ การเรียนในโรงเรียน ถ้าสิ่งเหล่านี้ถูกฟูมฟักในแนวทางที่ถูกต้องแล้ว สังคมนั้นๆจะมีปัญญาที่ดี ปัญหาน้อย ส่วนที่สี่เป็นบทสรุปของบทก่อนหน้านี้
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะกับผู้อ่านทุกคน อคติที่คุณAdam ยกเป็นปัญหานั้น เป็นปัญหาระดับโลกที่ต้องแก้ไข
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้คือ คุณAdam Grant หนังสือของเขาไม่ธรรมดาทุกเล่ม อ่านแล้วได้อะไรดีๆ มากมาย
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ปรับปรุงความคิดตัวเองแก้อคติได้หลายเรื่อง ซึ่งบางทีเราเองยังทำตัวให้อยู่ในบทบาท นักเทศน์ อัยการ และนักการเมือง ซึ่งควรจะเปลี่ยนได้แล้ว
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ เรื่องอคตินั้นทำให้เกิดความเสียหายได้ ควรรู้ให้เท่าทัน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น