ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

NO.120 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ภควัทคีตา(บทเพลงแห่งองค์ภควัน) แปลโดยสมภาร พรมทา

 

สวัสดีเพื่อนนักอ่าน

เล่มที่ 120 'ภควัทคีตา(บทเพลงแห่งองค์ภควัน) แปลโดยสมภาร พรมทา' 



                     ISBN                        -  9747033879
                     ผู้เขียน                     -  ฤาษีวยาส
                     ผู้แปล                      -  สมภาร พรมทา
                     สำนักพิมพ์               -  เคล็ดไทย, สนพ.
                     จำนวนหน้า              -  122 หน้า 
                     พิมพ์ครั้งแรก           -  ก่อนคริสต์ศักราช 800-900ปี / ก่อนพุทธศักราช 257-357 ปี
                     พิมพ์ครั้งแรก           - ฉบับสำนวนการแปล อ.สมภาร พรมทา ปี พ.ศ.2528

                จากตอนที่แล้วเราได้อ่านหนังสือชีวประวัติของข้าพเจ้า(มหาตมา คานธี) ที่จริงอยากจะอ่านเล่มนี้ก่อนแต่หาไม่เจอ ตอนนี้หาเจอแล้ว...ลุยกันเลย 

                ภควัทคีตาเป็นคัมภีร์เก่าแก่ของอินเดีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในตำนานเรื่องมหาภารตะ ซึ่งว่ากันว่าแต่งโดยฤาษีวยาส และได้เป็นตำนานเล่าต่อกันมา อายุของเรื่องนี้อยู่ที่ก่อน พ.ศ. ประมาณ 300 ปี (หรือก็คือก่อนพระพุทธเจ้าเราจะประสูติ ประมาณ 200ปี) 

                เรื่องราวในภควัทคีตานั้นเป็นเหตุการณ์ที่อยู่ในช่วงศึกสงครามในหมาภารตะ ซึ่งเป็นวันแรกที่จะมีการรบกันระหว่างตระกูลเการพกับตระกูลปาณฑบ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน มีปู่คนเดียวกัน เรื่องราวความเป็นมานั้นยาวมากอยากรู้รายละเอียด ของมหาภารตะต้องหาหนังสืออ่านซึ่งมีหลายสำนวนการแปล แต่ถ้าให้ง่ายหน่อยก็เป็นการฟังการเล่าเรื่องของมหากาพย์มหาภารตะของ อ.วีระ(ตอนนี้มี MP3 จำหน่ายด้วย) ตัวเราได้ผ่านเวอร์ชั่นการฟังมา ส่วนการอ่านหนังสือชุดหนาของ อ.วีระ คงต้องรอเวลาเปิดอ่าน เห็นแล้วท้อแท้ กลับเข้าเรื่องต่อ ภควัทคีตาเป็นเรื่องแทรกที่อยู่ในหมาภารตะในช่วงสงครามวันแรกที่อรชุนไม่อยากออกรบกับฝ่ายเการพที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน จนทำให้พระกฤษณะซึ่งอาสาเป็นสารถี(นายขับรถม้า)ให้กับอรชุนต้องร่ายภควัทคีตาเพื่อให้อรชุนเปลี่ยนใจเพื่อรบกับฝ่ายเการพ

                ภควัทคีตานั้น ดั้งเดิมมีเขียนไว้เป็นบทๆ ทั้งหมด 18บท สำนวนการแปลเป็นภาษาไทยมีแปลไว้หลายสำนวน บางสำนวนเขียนเป็นกลอนด้วย ส่วนฉบับนี้ที่แปลโดย อ.สมภาร พรมทา ท่านใช้สำนวนแบบวรรณคดี คือแต่งเป็นเรื่องราวใช้คำง่ายๆเหมือนการเล่าเรื่องราว เน้นเนื้อหาครบถ้วนเข้าใจง่าย การอ่านเล่มนี้เหมือนอ่านนิยาย+ตำรา อ่านแล้วไม่เครียดจนเกินไป แต่เนื่องจากเนื้อหามีสาระเข้มข้นย่อมต้องใช้พลังงานในการย่อยพอสมควร

                โครงสร้างหนังสือ เริ่มจากบทนำ แล้วจึงตามด้วยเนื้อหาที่ย่อยมาแล้วเป็นบทสั้นๆ 18 บทซึ่งเป็นไปตามโครงสร้างภควัทคีตาฉบับเดิม ซึ่งแต่ละบทยาวไม่เกิน 10 หน้า อ่านแล้วกระชับได้ใจความ แนวทางการเล่าเรื่อง เป็นการเล่าเรื่องผ่านนายสัญชัยซึ่งเขามีความสามารถในการรับรู้รับฟังทุกๆที่ ที่อยู่ในสนามรบโดยนานสัญชัยเล่าทุกๆคำพูดให้ฤาษีวยาสฟัง 

                ในบทที่ 1และ 2 เป็นการปูเหตุการณ์ก่อนที่จะมีการรบกัน โฟกัสไปที่อรชุนไม่ยอมรบกับฝ่ายตรงข้ามโดยที่พระกฤษณะได้หว่านล้อมให้อรชุนมีความต้องการที่จะสู้ ส่วนเนื้อหาเรื่องคำสอนสรุปได้ประมาณนี้ พระกฤษณะได้เล่าและสอนในหลายๆคำสอนนั้นมีความคล้ายคลึงกับศาสนาพุทธอย่างมาก อรชุนถามว่าทำไมต้องรบ ทำไมต้องให้อรชุนฆ่าคนทำบาปด้วย กฤษณะตอบว่าคนเรานั้นเลือกไม่ได้ว่าจะกำหนดชีวิตตัวเองอย่างไร มันถูกกำหนดโดยธรรมชาติและกรรม กรรมเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตตายแล้วก็เกิด โดยสิ่งที่คงอยู่เรียกว่าอาตมัน(คล้ายดวงจิต) เมื่อร่างกายตายไปอาตมันก็จะไปอยู่ที่อื่นทำดีก็จะได้ไปอยู่ที่แดนสุขาวดี ทำชั่วก็ไปอยู่ภพภูมิที่ไม่ดี เมื่อหมดความดีแล้วก็กลับมาเกิดใหม่ กฤษณะสอนว่าเป็นคนต้องหนักแน่นมั่นคง ไม่เสียใจกับสิ่งที่สูญเสีย ไม่ดีใจกับสิ่งที่ได้มา มีความมั่นคงหนักแน่น ซึ่งจะเป็นแบบนั้นได้ต้องมีปัญญา ปัญญาจะทำให้หลุดพ้น การหลุดพ้นนั้นทำได้สองอย่างคือการรู้แจ้งด้วยปัญญาและการรู้แจ้งด้วยการปฎิบัติ กฤษณะบอกว่าการเข้าสู่สงครามนั้นไม่บาป เนื่องจากถ้ากระทำกรรมใดด้วยปัญหา ด้วยจิตใจที่เป็นกลางไม่มีอารมณ์ร่วมกับกรรมนั้น จะเรียกได้ว่าเป็นกรรมที่ข้ามพ้นห่วงกรรม ดังนั้นชวนให้อรชุนเข้าสู่สงคราม

                ช่วยท้ายของหนังสือ กฤษณะได้บอกว่าตัวท่านเป็นผู้สร้าง และทำลายทุกๆสิ่ง ไม่ว่าใคร สิ่งใด ไม่ว่าอะไรเกิดจากอำนาจของท่าน ท่านสามารถทำลายใครก็ได้และสร้างใครก็ได้ และการที่จะหลุดพ้นได้ต้องเชื่อท่าน จิตใจเกี่ยวโยงกับท่าน ซึ่งส่วนนี้แตกต่างจากทางพุทธของเราคือทางพุทธเราไม่ได้ยึดติดตัวเทพเจ้าหรือสิ่งใด ทางพุทธเราหลุดพ้นด้วยสภาวะของจิตต้องทำด้วยตัวเอง พระกฤษณะได้แสดงอิทธิฤทธิ์ให้อรชุนได้เห็น ทำให้อรชุนเห็นภาพคู่สงครามเสียชีวิตลงหลังสงคราม ภาพนั้นทำให้อรชุนเกรงต่อพลังของกฤษณะและคิดว่าถ้าอยู่ฝ่ายเดียวกับกฤษณะจะต้องได้เปรียบแน่นๆ รวมถึงภาพที่เห็นว่าคู่ต่อสู้พ่ายแพ้ทำให้ทางอรชุนได้รู้สึกว่าตอนจบเป็นแบบนี้ ทำสงครามไปก็ไม่เป็นบาป ในตอนท้ายอรชุนจึงมีกำลังใจในการทำสงคราม
 
   สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...

        B    -    Book reader          -    หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
        O    -    Objective               -    อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
        O    -    Output                    -    อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
        K    -    Key                          -    อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง

        1.Book reader    -    หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะกับผู้ที่สนใจในคัมภีร์นี้ 
        2.Objective         -    ล่มนี้ควรอ่าน คัมภีร์นี้เป็นคัมภีร์ที่ มหาตมา คานธีใช้เป็นหลักในชีวิต และเนื้อหายังเป็นการสอนให้คิดดี มีจิตใจไม่หวั่นไหวและชี้หนทางที่จะหลุดพ้น
        3.Output             -    เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว คำสอนเกี่ยวโยงกับทางพุทธศาสนาได้หลายเรื่องทำให้เห็นมุมมองในการใช้ชีวิตจากอีกเหตุผลนึง ซึ่งจุดหมายเหมือนกับทางพุทธเรา
        4.Key                   -   กุญแจของเล่มนี้ หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือสอนให้คนเป็นคนดี ทำดี มีจิตใจมั่นคง มีศรัทธา

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

NO.53 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อวยตัวเองยังไงไม่ให้ดูน่าเกลียด : BRAG BETTER

NO.94 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ปรัชญาชีวิตศาสตร์แห่งความสำเร็จ : The Napoleon Hill's Laws of Success

NO.148 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...รอสฮัลด์ : ROSSHALDE

NO.208 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อย่าเชื่อทุกอย่างที่คุณคิด Don't Believe Everything You Think

NO.222 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก อ.วีระ ธีรภัทร

NO.2 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เขียนแล้วรวย WRITE AND GLOW RICH

NO.161 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เพลงขลุ่ยในฝัน : Strange News From Another Star and Other Stories

NO.251 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ทำงานกับคนต้องใช้อารมณ์ให้เป็น NO HARD FEELINGS

NO.97 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ

NO.193 หนังสือสี่เหลี่ยมของ... ญี่ปุ่นป็อป จากประดิษฐกรรมแห่งฝันสู่มหาอำนาจทางจินตนาการ : Pure Invention