สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 149 'สะสมนิสัยเล็กๆ สร้างความสำเร็จให้ทวีคูณ : The Compound Effect'
ผู้เขียน - Darren Hardy (ดาร์เรน ฮาร์ดี้)
ผู้แปล - ปฏิภาณ กุลวพันธ์
สำนักพิมพ์ - บิงโก , สนพ.
จำนวนหน้า - 216 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2553(ค.ศ.2010) ประเทศอเมริกา
ก่อนหน้านี้ได้อ่านหนังสือสองเล่มที่มีแนวคิดคล้ายๆกัน ที่รีวิวไว้มีเล่มนึงคือเล่มที่ชื่อว่า ทำ“เล็ก ๆ” ทีละน้อย ค่อย ๆ ทำทีละนิด เปลี่ยนวิธีคิดและชีวิตคุณได้ กับอีกเล่มที่ไม่ได้ทำรีวิวไว้ คือเล่ม Atomic Habbits โดยทั้งสามเล่มมีการสอนให้คิดในระบบที่ว่าให้ตั้งเป้าเล็กๆ ทำประจำ ทำต่อเนื่อง และจะได้ผลสำเร็จตามมา แต่แนวคิด วิธีการ ตัวอย่างจะแตกต่างกันตามประสบการชีวิตของผู้เขียน อ่านแล้วได้แนวคิดดีๆทั้งสามเล่มเลย
คุณDarren Hardy มีพ่อที่เข้มงวดมากๆ คุณพ่อของเขาเป็นโค้ชของทีมอเมริกันฟุตบอลทีหนึ่ง คุณพ่อของเขามีระบบระเบียบทำให้ตัวเขาเป็นคนที่มีระเบียบ ตัวเขาประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุ 24ปี มีรายได้ปีละ 1 ล้านดอลลาร์ พออายุ27ปี เขามีธุรกิจที่สร้างรายได้ปีละ 50 ล้านดอลลาร์ เขาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และมีบริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจ ที่มีลูกค้าเป็นพันราย เขายังเป็นบรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Success อีกด้วย ทำให้เขาได้รับสัมภาษณ์จากนักธุรกิจชื่อดังมากมาย เบื้องหลังความสำเร็จของเขาคือการทำสะสมนิสัยที่ดีทีละเล็กทีละน้อย
โครงสร้างของหนังสือ ในเล่มประกอบด้วยบทนำ และบทที่เป็นเนื้อหา 6 บท ปิดท้ายด้วยบทสรุป และคู่มือแนะแนวและแบบทดสอบในเรื่องที่อ่านมา เนื้อหา 6 บทที่ว่านั้น ได้แก่ ใช้พลังแห่งผลลัพธ์ทวี , ทางเลือก , นิสัย , แรงผลักดัน , อิทธิพล และเร่งผลลัพธ์สู่ความสำเร็จ
หลักการของหนังสือเล่มนี้คุณDarren Hardy ยกตัวอย่างความสำเร็จของผู้ที่ประสบความสำเร็จหลายๆคน และให้ผู้อ่านเชื่อได้เลยว่า การทำสิ่งเล็ก เป็นประจำจนเป็นนิสัย และใช้เวลาสักระยะความสำเร็จจะมาได้ เขายกตัวอย่างสุดคลาสสิกขึ้นมาหนึ่งตัวอย่าง ให้เลือกระหว่างเงิน 3 ล้านบาท กับเหรียญสตางค์วิเศษ 1สตางค์โดยเพิ่ม 1 เท่าตัวทุกวันเป็นเวลา 31 วัน ปรากฎว่าเหรียญสตางค์วิเศษในวันที่ 31 ทำเงินได้ 10,737,418 บาท โดยที่ยุคสมัยนี้คนเราเสพติดความเร่งด่วนแต่ความเร่งด่วนนี้ไม่ใช่ทางที่จะประสบความสำเร็จได้
อุปสรรคหนึ่งที่เกิดขึ้นเกิดจากสิ่งที่เราทำอยู่เป็นไม่ได้เป็นเส้นทางที่เราเลือก เราปล่อยปะละเลยการเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง ดังนั้นถ้าเราไม่โฟกัสในจุดมุ่งหมายของเรา เส้นทางเราก็จะถูกเสนอโดยทางเลือกที่ง่ายกว่าที่เคยชิน ถ้าหากเรารู้ตัวแล้วเช่น เราถูกเพื่อนชวนไปฉลองตลอดเลยต้องดื่มต้องรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เราไม่ได้เลือกแต่เพื่อนชวนต่อไปก็จะติดเป็นนิสัย(ที่ไม่ดี) เส้นทางไหนที่ไม่ดีเราควรเลือกไหม่ และควรตั้งแนวคิดใหม่โดยการทำความดี ขอบคุณกับทุกๆสิ่งที่อยู่รอบตัว และรับผิดชอบทุกสิ่ง 100% ไม่โทษผู้อื่น ภายในเล่มมีการสอนเรื่องการเงินส่วนบุคคลอยู่หลายเรื่อง
เรื่องนิสัยซึ่งก็คือสิ่งที่เราทำจนเป็นอัตโมนัติ ซึ่งมีทั้งนิสัยที่ดีและที่แย่ นิสัยที่แย่นั้นต้องจัดการกำจัดออกให้หมด เมื่อกำหนดนิสัยที่ดีที่ทำได้เป็นประจำทีละเล็กละน้อยแล้ว เรื่องสำคัญอีกเรื่องคือแรงผลักดัน แรงผลักดันที่ว่าไม่ใช่แรงผลักดันจากผู้อื่น คุณDarren Hardy บอกว่าแรงผลักดันนี้คือแรงที่กระตุ้นความเฉื่อยในระยะแรกซึ่งต้องออกแรงผลักมากหน่อยเพื่อเอาชนะแรงเฉื่อยและเมื่อนิสัยเราวิ่งได้ดีแล้ว เรายังต้องทำนิสัยที่นี้ต่อเนื่องไม่ให้สิ่งที่เราผลักดันนั้นหยุดลง ซึ่งถ้าหยุดลงแล้วต้องออกแรงมากอีกครั้งเพื่อให้สิ่งที่เราตั้งใจทำเริ่มต้นใหม่ นอกจากนี้ควรหาคู่หูที่มีแนวคิดและการทำงานคล้ายกับเราเพื่อแลกเปลี่ยนความคิด วิภาควิจารย์สิ่งที่ทำตลอดสัปดาห์ และถ้าจำเป็นต้องมีที่ปรึกษา-โค้ชก็ควรมีได้ และสุดท้ายเมื่อเราพัฒนาตัวเองไปได้ระดับหนึ่ง หากมีโอกาสจังหวะพอเหมาะเราสามารถเสนอตัวเพื่อลองเสี่ยงทำอะไรใหม่ๆ ท้าทายตำแหน่ง เริ่มต้นสิ่งใหม่ได้เลย ท้ายเล่มมีแบบทดสอบแนวทางการหาข้อดีข้อเสียของผู้อ่านแนบท้ายมาให้ด้วย
คุณDarren Hardy ได้เล่าเรื่องราวที่น่าสนใจมากของ คุณแจ๊ก นิคคลอส โปรกอล์ฟชื่อดังเขามีชื่อเสียงในเรื่องของวงสวิง ก่อนเขาจะออกตีเขาจะลงซ้อม โดยเขาจะเลือก 1-2 จุดระหว่างลูกกอล์ฟกับบเป้าหมาย หันหน้าไม้ตีไปที่จุดหมาย วางตำแหน่งเท้า จัดท่างทางแล้วถึงค่อยเขาไปที่จุดตี เขาแกว่งไม้ตีเล็งไปที่เป้าหมาย และสุดท้ายมองไปที่ไม้กอล์ฟอีกที เมื่อมันใจแล้วเขาจึงตีลูกกอล์ฟออกไปจริงๆ มีนักจิตวิทยาคนหนึ่งเขาลองจับเวลาการตีกอล์ฟของแจ๊ค ในการแข่งขันเมเจอร์รายการหนึ่ง โดยจับเวลาตั้งแต่เขาหยิบไม้กอล์ฟออกจากถุงจนถึงตีลูกออกไป สิ่งที่ไม่น่าเชื่อคือตลอดการตีไม้แรกทั้งหมด 18 หลุมนั้น เขาใช้เวลาตั้งแต่หยิบไม้กอล์ฟจนตีลูกออกไป ในระยะเวลาห่างกันไม่เกิน 1 วินาที!!!
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับทุกคน สามารถสร้างนิสัยที่ดีได้
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน เนื้อหากระชับ ชัดเจน ผู้เขียนเองยังบอกว่าแค่ซื้อหนังสือเล่มนี้แล้วก็สามารถสร้างรายได้หรือเก็บเงินออมได้เป็น 1,000 เท่าของราคาหนังสือเล่มนี้
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ตอนนี้ยังคงสร้างนิสัยที่เรียกว่าทำน้อยๆจนเป็นนิสัยคือการอ่านหนังสือสะสม
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ พลังแห่งการทำสิ่งเล็กๆ ทำจนเป็นนิสัย ทำต่อเนื่อง จะได้ผลยิ่งใหญ่ภายหลัง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น