สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 183 'Leadership/Leader-Shit ผู้นำคนนั้นสอนให้รู้ว่า...'
ผู้เขียน - ท้อฟฟี่ แบรดชอว์
ผู้แปล - X
สำนักพิมพ์ - มติชน , สนพ.
จำนวนหน้า - 296 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2564 (ค.ศ.2021) ประเทศไทย
เราได้อ่านหนังของคุณท้อฟฟี่มาแล้ว 2เล่ม ได้แก่เล่มที่ชื่อว่า คำบันดาลใจ และ ทำไมเป็นคนแบบนี้ ซึ่งในเล่มคำบันดาลใจมีประวัติความเป็นมาของของท้อฟฟี่ที่เราค้นมาเพื่อปูทางแนวคิดของคุณท้อฟฟี่ และจะได้เข้าใจเนื้อหาในหนังสือของเขา
เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ออกตีพิมพ์เมื่อปลายปี 2564 ซึ่งเป็นปีที่โลกของเราอยู่ในวิกฤติการณ์โควิด-19 ในเนื้อหามีเรื่องเล่าเกี่ยวโยงถึงการเป็นผู้นำเพื่อที่จะผ่านพ้นวิกฤติการณ์นี้ รวมไปถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ด้วย เช่น เหตุการณ์ในสนามกีฬา เหตุการณ์ในการประการผลรางวัลออสกา เป็นต้น การได้อ่านหนังสือเล่มนี้เปรียบได้กับการได้นั่ง Time Machine ย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ช่วงนั้น แต่เนื้อหาของหนังสือยังคงน่าอ่านตามสไตล์ของคุณท้อฟฟี่ ยังมีเรื่องเจ็บแสบๆ ของหัวหน้าที่เป็นลักษณะ leader-shit ให้อ่านด้วย
โครงสร้างของหนังสือแบ่งเป็น 3 ส่วน โดยละส่วนแบ่งเป็นบทความความยาวประมาณ 5-10 หน้าหลายๆบทความ ส่วนที่หนึ่ง เนื้อหาเน้นเกี่ยวกับผู้นำตามชื่อหนังสือเลย ส่วนที่สอง เป็นเนื้อหาที่เกี่ยวกับทรราช สืบเนื่องจากคุณท้อฟฟี่ได้ดูสารคดี How to Become a Tyrant(tyrant แปลว่าทรราช) ส่วนนี้จึงพูดถึงหัวหน้าที่เป็นทรราช และส่วนที่สาม เป็นเรื่องเกี่ยวกับแนวคิดที่ทำให้คนธรรมดาและหัวหน้าเปลี่ยนเป็นหัวหน้าที่ดีได้
คุณท้อฟฟี่สามารถนำเรื่องราวที่เขาได้อ่าน ได้สัมภาษณ์ ได้รับชมสารคดีหรือภาพยนตร์ แล้วนำมากลั่นกรองเป็นบทความได้เก่งมาก เขาสามารถจับประโยค จับซีนในภาพยนต์ จับเนื้อเรื่องที่เป็นมุมมองเฉพาะตัวแล้วถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือได้เป็นอย่างดี ส่วนในเล่มนี้ ขอเล่าบทความที่น่าสนใจสองบทความ บทแรกคือเรื่องปัญหาของการสื่อสาร หัวหน้าบางคนเห็นว่าการสื่อสารไม่ใช่งานของเขา ทำให้องค์กรที่เขาดูแลอยู่อาจจะเกิดปัญหาจากการสื่อสารได้ แถมยังอ้างว่าแต่เดิมเขาเป็นคนสื่อสารไม่เก่งอยู่แล้วจึงไม่อยากสื่อสาร แต่ยุคสมัยปัจจุบัน การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญมากๆภายในองค์กร การที่มีหัวหน้าที่สื่อสารเก่งย่อมได้เปรียบและทำให้การดำเนินงานราบรื่น ดังนั้นหัวหน้าที่ปฎิเสธในเรื่องการสื่อสารถือว่าหัวหน้าคนนั้นเป็นคนปฎิเสธการพัฒนาตัวเอง หรือในเล่มเขียนไว้ว่า "ธรรมชาติเป็นคนสื่อสารไม่เก่ง" หรือ "ธรรมชาติเป็นคนที่พัฒนาไม่ได้"
อีกบทความหนึ่ง คุณท้อฟฟี่ได้แยกแยะความแตกต่างระหว่างคำว่า wish กับ hope คำว่า wish คือการขอพร เพื่อให้ได้พรเหล่านั้นโดยไม่ลงมือลงแรงทำอะไรเลย ส่วนคำว่า hope เป็นการขอพรเพื่อให้พรเหล่านั้นเกิดขึ้นมา โดยที่ต้องลงมือทำด้วย เนื้อหาในเล่มอธิบายไว้อย่างน่าสนใจมากๆ การอ่านหนังสือเล่มนี้ได้เปิดมุมมองของเราเป็นอย่างดี
อีกเล่มที่คุณท้อฟฟี่ แบรดชอว์ เขียนออกมาได้น่าสนใจและมีคาแรกเตอร์เฉพาะ เนื้อหายังเกี่ยวโยงกับประวัติศาสตร์โลกที่พวกเราทุกคนได้ประสบพบเจอมา(สถานการณ์โควิด-19) จากประสบการณ์ส่วนตัวของคุณท้อฟฟี่และเหตุการณ์การตัดสินใจของผู้นำที่เผชิญสถานการณ์โควิด-19 จึงทำให้เขาเขียนถึงผู้นำในหนังสือเล่มนี้
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับทุกคน และคนที่เป็นหัวหน้าในองค์กรต่างๆ
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน เนื้อหาสดใหม่ นักเขียนเขียนได้จี้ใจและตรงประเด็น เนื้อหาอ่านง่าย
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ไม่ว่าใครสักคนที่หยิบหนังสือนี้มาอ่าน ล้วนต้องเป็นผู้นำไม่ว่ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง การอ่านหนังสือเล่มนี้ช่วยให้เป็นผู้นำที่ดีได้
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ เป็นผู้นำต้องคิดถึงจิตใจลูกน้องและเข้าใจลูกน้อง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น