สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 32 'OULIERS: The Story of Success สัมฤทธิ์พิศวง'
ผู้เขียน - มัลคอล์ม แกลดเวลล์ Malcolm Gladwell
ผู้แปล - พูนลาภ อุทัยเลิศอรุณ, วิโรจน์ ภัทรทีปกร, วัญญู กิ่งหิรัญวัฒนา
สำนักพิมพ์ - วีเลิร์น (WeLearn), สนพ.
จำนวนหน้า - 318 หน้า
ตีพิมพ์ครั้งแรก - ปี 2551 อเมริกา
หนังสือลำดับที่ 3 ของคุณ Malcolm Gladwell จากการติดตามอ่านมาเล่มนี้เป็นเล่มที่สามแล้ว แนวทางการเขียนของคุณ Malcolm Gladwell นั้นพัฒนาไปมาก การเขียนที่กระชับ การเล่าเรื่องราวที่ร้อยเรียงเป็นลำดับน่าติดตาม การเลือกตัวอย่างบุคคลในเล่มที่สอดคล้อง การเล่าแบบค่อยๆเฉลย การสอดแทรกข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติมเสริมเนื้อหาที่เล่ามาก่อนแล้ว อ่านแล้วต้องเชื่อได้อย่างสนิทใจเลย
สัมฤทธิ์พิศวง ในมุมมองของเราเล่มนี้ได้เล่าเหตุการณ์ความสำเร็จหรือล้มเหลว ที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่ตัวตนของบุคคลคนนั้นหรือกลุ่มคนกลุ่มนั้น แต่ยังมีเหตุการณ์พิเศษที่สนับสนุนเป็นส่วนเสริมให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นมา ซึ่งบางเรื่องไม่น่าจะเป็นไปได้แต่มันเป็นไปแล้ว ซึ่งได้แก่ ช่วงเดือนเกิด, ช่วงปีที่เกิด, ช่วงปีของการอพยพของรุ่นพ่อรุ่นแม่, การวัฒนธรรการสื่อสาร, การเก่งวิชาคณิตศาสตร์ของคนที่อยู่ทวีปเอเชีย เป็นต้น โดยแต่ละเรื่องมีเหตุผลสนับสนุนแบบไม่น่าเชื่อ
เราจะยกตัวอย่างในเล่มมาซักเล็กน้อย มหาเศรษฐีอเมริกา ไม่ว่าจะเป็น คุณแอนดริว คาร์เนกี, จอห์น ดี. ร็อคกีเฟลเลอร์, เฮนรี่ ฟอร์ด และอีกหลายคน พวกเขาเกิดช่วงเวลาห่างกันในระยะเวลา 9ปี (เกิดระหว่างปี 1831-1840) และเป็นชาวอเมริกัน โดยที่พวกเขากำลังอยู่ในช่วงวัยทำงานในช่วงปี 1860-1870 ที่กำลังมีการปฎิรูปครั้งใหญ่ในอเมริกา โดยเป็นช่วงที่มีการสร้างทางรถไฟ การเกิดขึ้นของวอลล์สตรีท ทำให้พวกเขาสามารถทำเงินจากโอกาสที่เกิดขึ้นมาในช่วงนั้นได้ แต่ถ้าเกิดพวกเขาเกิดก่อนหรือหลังจากนั้น โอกาสพวกนั้นก็จะหมดไป
และเช่นเดียวกันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมากที่ ผู้ที่เก่งกาจทางด้านซอฟต์แวร์ ก็เกิดในช่วงเวลาที่ใกล้ๆกัน ยกตัวอย่างเช่น คุณบิล เกตส์ (เกิดปี 1955), พอล อัลเลน(1955), สตีฟ จ๊อบส์(1955), บิล จอย(1954 ปลายปี) และอีกหลายๆคน ทำไมผู้คนเหล่านี้จึงเป็นสุดยอดนักธุรกิจและคิดค้นทางด้านซอฟต์แวร์ได้ ปรากฎว่าบุคคลเหล่านี้ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยในช่วงที่มีการเริ่มต้นใช้คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ซึ่งกำลังมีให้ใช้ในมหาวิทยาลัย พวกเขาได้เรียนมหาวิทยาลัยที่ดี และสามารถใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานได้อย่างเพียงพอที่พวกเขาจะคิดค้นซอฟต์แวร์ขึ้นมา พอเรียนจบพวกเขาก็เริ่มสร้างซอฟต์แวร์ของเขาได้ทันที ถ้าคนที่เกิดก่อนหน้านั้นหละ เขาจะไม่ได้รับการผึกใช้งานคอมพิวเตอร์ หรือคนที่เกิดหลังจากนั้นพวกเขาก็จะไม่ได้เป็นคนคิดค้นแต่จะได้เป็นพนักงานของบริษัทไมโครซอฟต์ หรือไอบีเอ็มไป
อีกเรื่องในเล่มที่เราชอบ เรื่องของกฎ 10,000 ชั่วโมง ผู้เชี่ยวชาญทุกๆคนที่ประสบความสำเร็จได้ผ่านการฝึกฝนตัวเองเป็นเวลาอย่างนัอย 10,000 ชั่วโมง เช่นคุณบิล เกตส์ เค้าใช้เวลาช่วงกลางคืนที่ไม่มีคนใช้คอมพิวเตอร์ส่วนกลางของมหาวิทยาลัยทุกๆคืน คืนละ 6-8 ชั่วโมง ในการเขียนโปรแกรมเป็นระยะเวลาหลายปี หลังจากนั้นเขาเลยเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการเขียนโปรแกรม อีกกรณีนึงคือวงเดอะบีเทิลส์ ในช่วงแรกพวกเขาก็เป็นวงดนตรีธรรมดาวงหนึ่งในเมืองลิเวอร์พูล แต่ด้วยการที่เขาเป็นวงที่ไม่มีใครรู้จักพวกเขาจึงต้องไปทำการแสดงที่ฮัมบูร์ก เยอรมันนี ที่ลิเวอร์พูลพวกเขาได้แสดงวันละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น พอไปที่เยอรมันที่นั่นไม่ได้มีวงดนตรีมากมาย เขาต้องแสดงวันละ 8ช่วงโมง ทุกๆวันไม่มีหยุด ในช่วงนั้นที่พวกเขาแสดง พวกเขาต้องคิดค้นอะไรใหม่ๆมาเพื่อให้การแสดงไม่ซ้ำซากจำเจ หลังจากนั้นพวกเขาจึงได้เป็นวงดนตรีระดับโลก
มีอีกเรื่องที่น่าสนใจ ปลายศตวรรษที่ 20 ในอเมริกาจึงมีชาวยิวที่เป็นผู้นำทางเศรษฐกิจ ผู้นำทางกฎหมาย เป็นบุคคลโดดเด่นของโลก สิ่งที่พวกเขาเหมือนๆกันคือ พวกเขามีพ่อแม่อพยพมาจากยุโรป ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เมื่อพ่อแม่เขามาถึงอเมริกาแล้วพวกเขาก็ทำการค้าเล็กๆน้อยๆ จนร่ำรวย แล้วทำไมจึงเป็นชาวยิว ชาวยิวที่อยู่ในยุโรปจะไม่สามารถมีที่ดินเป็นของตัวเองได้ และไม่สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้ ชายยิวในยุโรปถูกกดขี่เป็นอย่างมาก แต่ชาวยิวที่เป็นลูกน้องของชาวยุโรปในสาขาต่างๆ พวกเขาจะรู้จักวิธีค้าขาย รู้ว่าการค้าขายต้องทำอย่างไร เมื่อไปถึงอเมริกาพวกเขาใช้ความสามารถของเขาทำการค้าเล็กๆน้อยๆ จนร่ำรวยขึ้นมา แต่สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดกับชาวยุโรปพวกเขาทำอะไรหน่ะหรือ พวกเขามีที่ดินทำกสิกรรมของตัวเอง และไม่ได้รับความเดือดร้อนจนต้องย้ายถิ่นฐาน และประจวบกับเหตุการณ์ที่มีการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในปี 1930 ทำให้อัตราการเกิดน้อย คนที่เกิดในช่วงหลังเศรษฐกิจตกต่ำจึงได้อานิสงค์จากการที่มีห้องเรียนเพียงพอ สิ่งอำนวยความสะดวกเหลือเฟือ และมหาวิทยาลัยดีๆมีที่ว่างสำหรับพวกเขาในการเข้าเรียนโดยไม่ต้องแข่งขันกันสูง ลูกหลานชาวยิวเหล่านั้นจึงได้เป็นชนชั้นนำในสังคมอเมริกาได้
รายละเอียดในเล่มเยอะมาก อ่านแล้วก็สนุกมากๆด้วย แต่ทั้งหมดทั้งมวล น้องจากจังหวะชีวิตที่ดีแล้ว ความพยายามส่วนบุคคลเป็นส่วนสำคัญมากๆ ในการที่จะประสบความสำเร็จ และเรื่องความพยายามอย่างเช่นกฎ 10,000 ชั่วโมง เป็นเรื่่องที่ขาดไม่ได้เลย
รวมหนังสือสื่เหลี่ยมของคุณ Malcolm Galdwell ได้แก่ Tipping Point , Blink , Outlier , David and Goliath , What The Dog Saw และ Talking to Strangers
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะกับผู้อยากอ่านเรื่องราวที่เป็นความรู้ ปรากฎการณ์ในประวัติศาสตร์ อ่านได้ทุกเพศทุกวัย
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน การอ่านเรื่องราวในเล่มนี้ อัดแน่นไปด้วยข้อมูล เหมือนหนังสือชีวประวัติแบบพิเศษ อ่านจบได้ในเวลารวดเร็ว
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว เพิ่มความพยายามพัฒนาตัวเองต่อไป ไม่ว่าจะมีโอกาสช่วยเสริมหรือไม่
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ คนที่ประสบความสำเร็จหลายต่อหลายคนนั้น ไม่ใช่แค่เก่ง และมีความพยายามเท่านั้น ต้องมีดวงด้วย แต่อย่างน้อยๆความพยายามต้องสร้างขึ้นมาก่อน ดังที่เห็นว่ามีคนที่เกิด หรือมีการร่วมเหตุการณ์เดียวกันกับคนที่ประสบความสำเร็จมากมาย แต่ถ้าตนเองไม่พยายามแล้วย่อมไม่เกิดผลอะไร
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น