ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

NO.49 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น WHAT THE DOG SAW

 

สวัสดีเพื่อนนักอ่าน

เล่มที่ 49 'เห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น WHAT THE DOG SAW'



                    ISBN                     - 9786162870149
                    ผู้เขียน                   - Malcolm Gladwell (มัลคอล์ม แกลดเวลล์)
                    ผู้แปล                    -  พรเลิศ อิฐฐ์, วิโรจน์ ภัทรทีปกร
    สำนักพิมพ์             -  วีเลิร์น , สนพ.
                    จำนวนหน้า            -  440 หน้า 
                    พิมพ์ครั้งแรก         -  ปี 2553 อเมริกา

                หนังสือเล่มที่ 5 ของคุณมัลคอล์ม แกลดเวลล์ ชื่อของหนังสือเล่มนี้มาจากตอนตอนหนึ่งในเล่ม โดยไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเนื้อหาในเล่มเลย เล่มนี้เป็นการรวบรวมบทความที่น่าสนใจมากๆ ที่คัดมาโดยคุณมัลคอล์ม ที่เคยเขียนลงในนิตยสารเดอะนิวยอร์คเกอร์ เมื่อบทนำแจ้งไว้แบบนี้ เราเลยไม่ได้มีความคิดเชื่อมโยงกับชื่อหนังสือ พออ่านแล้วรู้สึกว่าตอนแต่ละตอนเป็นอิสระซึ่งกันและกัน ยังคิดว่าการเลือกบทความแต่ละตอนของคุณมัลคอล์ม ที่นำมาลงในเล่มนี้ ก็มีความอิสระมากด้วย ทำให้การอ่านของเราแยกเนื้อหาเป็นตอนๆได้เด็ดขาดและไม่ค้างคาดีด้วย

                ในเล่มแบ่งเป็นสามส่วน แต่ละส่วนแบ่งเป็นตอนย่อยๆ 6-7 ตอน โดยมีทั้งหมด 19 ตอน ซึ่งหลังจากเราได้อ่านแล้ว บทความทุกบทน่าสนใจ น่าติดตาม มีความรู้ที่แปลกใหม่ มุมมองที่ไม่เหมือนใครแบบคุณมัลคอล์มมองเห็น  ทุกๆตอนน่าสนใจทั้งหมด ตอนแรกเรื่องเจ้าพ่อนักขาย เป็นประวัติการขายสินค้าของคุณรอน โพพีล ผู้คิดค้นเครื่องเตรียมอาหารอเนกประสงค์ และเตาอบที่เป็นต้นแบบของเตาอบที่ขายในปัจจุบัน ด้วยการออกแบบและผลิตด้วยตัวคุณรอนเอง นอกจากมีแนวคิดที่แปลกใหม่ในการคิดค้นสินค้าแล้ว เขายังเป็นนักขายตัวพ่อเลยทีเดียว เบื้องหลักการเจริญก้าวหน้าทางธุรกิจและแนวคิดการขายมีความน่าสนใจสุดๆ การเล่าเรื่องของคุณคุณมัลคอล์ ทำให้เราต้องไปดูว่าคุณรอนขาย เครื่องเวจ-โอ-เมติกยังไง ขายเตาอบโชว์ไทม์ และสเปรย์จีแอลเอช(New Generation of Hairspray) ที่เขาพ่นก่อนออกขายสินค้า

                บทที่2 ปริศนาซอสมะเขือเทศ เป็นการเล่าเรื่องของคุณจิม ไวกอน ที่ต้องการทำซอสมะเขือเทศใหนชนะแบรนด์ไฮนซ์ ที่ครอบตลาดอันดับหนึ่งมาโดยตลอด คุณมัลคอล์มเล่าถึงปรากฎการณ์ของมัสตาร์ดที่แบรนด์ยี่ห้ออันดับหนึ่งถูกโค่นล้มไป เล่าถึงการกำเนิดซอสมะเขือเทศไฮนซ์ และมีคำตอบที่ว่าทำไมไฮนซ์ยังคงเป็นซอสอันดับหนึ่งไม่มีใครล้มได้เลย

                บทที่3 ถ้าใครสนใจประวัติศาสตร์การลงทุนของอเมริกาไม่ควรพลาด เป็นเรื่องราวของคุณนาสซิม ทาเลบ ที่คุณมัลคอล์มเล่าเรื่องเริ่มต้นในปี 1996 ช่วงที่เขาได้รับเชิญตัวไปพบ คุณวิคเตอร์ นีเดอร์ฮอฟเฟอร์ ผู้จัดการกองทุนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในช่วงนั้นที่บ้าน หลังจากนั้นคุณนาสซิม ก็เปิดบริษัทลงทุนเอง ลงทุนและได้รับผลตอบแทนกับความเสี่ยงและความผันผวนของตลาดต่างๆ เขายังเป็นคนเขียนหนังสือที่ชื่อว่า Fooled by Randomness(เล่มนี้ต้องอยู่ในคิวอ่านแล้ว) ในบริษัทของคุณนาสซิมมีคนไทยอยู่ด้วย(55) ตอนจบเป็นอย่างไรอยากให้เพื่อนๆได้อ่านเองตอนนี้สนุกมากๆ

                จริงๆในแต่ละตอนน่าสนใจมากๆเลย แต่เราชอบตอนที่12 ศิลปะแห่งความล้มเหลว และตอนที่15 เก่งตอนแก่ ตอนที่12 ศิลปะแห่งการล้มเหลว เป็นเรื่องเกี่ยวกับการวิเคราะห์การใช้ความคิดของสมองสองส่วน แบบแรกเรียกว่าความคิดล้นหัว(choking) คือความคิดตอนที่มนุษย์พ่ายแพ้ต่อความกดดัน ที่อยู่ในจุดที่มีการแข่งขันดุเดือด แล้วก็ทำอะไรผิดพลาดไปเฉยๆ แบบไม่น่าเป็นไปได้ สมองของคนนั้นเค้าจะคิดมากคิดหลายชั้นจนลืมทักษะที่ชำนาญของเขา เราจึงเห็นนักฟุตบอลเตะจุดโทษแบบพลาดง่ายๆแบบนั้น และอีกแบบคือความตื่นตระหนก ซึ่งแตกต่างกับความคิดล้นหัวโดยสิ้นเชิง ความตื่นตระหนกคือความไม่มีสติ และไม่ได้ผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก ในตอนที่12นี้มีตัวอย่างเหตุการณ์แบบนี้อีกหลายๆเหตุการณ์

                ตอนที่15 เก่งตอนแก่ เป็นเรื่องราวของคุณเบน ฟาวน์เทน นักกฎหมายที่ออกจากงานมาเพื่อเป็นนักเขียน และกว่าที่เรื่องที่เขาเขียนจะได้ตีพิมพ์เป็นเรื่องแรกใช้เวลาถึง 18ปี ก่อนที่เขาจะทำงานเขียนเขาต้องไปสถานที่ต่างๆเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจและได้ความสมจริงในการเขียน ในตอนนี้คุณมัลคอล์เปรียบเทียบกับคนที่ประสบความสำเร็จเมื่อตอนอายุยังน้อยอีกหลายคน และคนที่ประสบความสำเร็จตอนอายุมากอีกหลายคนเช่นกัน บทสรุปของตอนนี้คือ การที่คุณเบนประสบความสำเร็จได้เพราะเขาได้รับการซัพพอร์ตจากคนรอบข้างเป็นอย่างดีนั่นเอง             

                รวมหนังสือสื่เหลี่ยมของคุณ Malcolm Galdwell ได้แก่ Tipping Point , Blink , Outlier , David and Goliath , What The Dog Saw และ Talking to Strangers

    สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
        B    -    Book reader          -    หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
        O    -    Objective               -    อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
        O    -    Output                    -    อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
        K    -    Key                          -    อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง

        1.Book reader    -    หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะกับทุกคน เนื้อหาหลากหลาย การเล่าเรื่องที่มีเสน่ห์น่าหลงไหล น่าติดตาม และแต่ละเรื่องมีความพิเศษเฉพาะเรื่องมากๆ
        2.Objective         -    ล่มนี้ควรอ่าน อ่านหนังสือเล่มนี้เล่มเดียวเหมือนได้อ่านหนังสือดีๆหลายเล่ม ได้ทั้งความบันเทิง และความรู้
        3.Output             -    เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ได้หลากหลายเรื่องที่เป็นประโยชน์ทางความคิด และแนวคิด เช่นในเรื่องของคุณนาสซิม การบริหารความเสี่ยงเป็นเรื่องสำคัญมากๆ เรื่องของคุณรอน ชีวิตของคุณรอนผลิตสินค้าออกมาไม่กี่ชิ้นแต่ชีวิตเขาก็สามารถเปลี่ยนได้ หรือคุณเบนที่เป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จด้วยการซัพพอร์ตจากครอบครัว
        4.Key                   -   กุญแจของเล่มนี้ ทุกๆปรากฎการณ์มีหลายมุมมอง มุมมองแบบคุณมัลคอล์ม เป็นมุมมองที่น่าสนใจ และทำให้เขาเป็นนักเขียนอันดับต้นๆของโลกใบนี้

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

NO.53 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อวยตัวเองยังไงไม่ให้ดูน่าเกลียด : BRAG BETTER

NO.94 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ปรัชญาชีวิตศาสตร์แห่งความสำเร็จ : The Napoleon Hill's Laws of Success

NO.148 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...รอสฮัลด์ : ROSSHALDE

NO.208 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อย่าเชื่อทุกอย่างที่คุณคิด Don't Believe Everything You Think

NO.222 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก อ.วีระ ธีรภัทร

NO.2 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เขียนแล้วรวย WRITE AND GLOW RICH

NO.161 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เพลงขลุ่ยในฝัน : Strange News From Another Star and Other Stories

NO.251 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ทำงานกับคนต้องใช้อารมณ์ให้เป็น NO HARD FEELINGS

NO.97 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ

NO.193 หนังสือสี่เหลี่ยมของ... ญี่ปุ่นป็อป จากประดิษฐกรรมแห่งฝันสู่มหาอำนาจทางจินตนาการ : Pure Invention